ปั๊มลม มีประโยชน์อย่างไร

 ปั๊มลม มีประโยชน์อย่างไร

เมื่อพูดถึงปั้มลม หลายคนอาจยังสงสัยว่าปั้มลมมีประโยชน์อย่างไรและใช้เมื่อไหร่ เพราะหากจะลองสักเกต เราจะเห็นว่าปั้มลมถูกนำมาใช้งานอย่างหลากหลาย จนบางครั้งก็ยังสับสนว่าจริง ๆ แล้วปั้มลมคืออะไร มีไว้ใช้ประโยชน์อย่างไรกันแน่ มีกี่ประเภทและจะเลือกให้เหมาะสมกับการใช้งานอย่างไร ดังนั้นเพื่อไขคำถามเหล่านี้ วันนี้เราจะไปทำความรู้จักปั้มลมแต่ละประเภทให้มากขึ้น เรียนรู้ประโยชน์ในการใช้งานและวิธีการเลือกปั้มลมกัน

รู้จักปั้มลมและประโยชน์ในการใช้งาน

            ปั้มลม คืออุปกรณ์ที่ใช้ในการอัดลมให้มีแรงดันสูง สามารถนำไปใช้งานได้อย่างหลากหลายตามระดับและขนาดของปั้มลมแต่ละชนิด ตั้งแต่ระดับโรงงานจนถึงระดับครอบครัวโดยประยุกต์ใช้ตามความเหมาะสม อย่างเช่น ใช้ปั้มลมยางตามร้านซ่อมรถ ฯลฯ

สำหรับการใช้งานปั้มลมนั้นจำเป็นต้องเลือกชนิดของปั้มลมให้เหมาะสมกับรูปแบบที่เราจะใช้ด้วย โดยปั้มลมในปัจจุบันที่มีการวางจำหน่าย สามารถจำแนกออกเป็น 6 ประเภทตามรูปแบบในการใช้งาน ดังนี้

  1. ปั้มลมแบบลูกสูบ

ปั้มลมแบบลูกสูบเป็นปั้มลมที่ได้รับความนิยมมากที่สุดสำหรับการใช้งานในระดับครัวเรือน เพราะมีรูปแบบในการใช้งานที่ง่าย มีราคาไม่แพง และสามารถเคลื่อนย้ายได้อย่างสะดวก โดยปั้มลมนี้สามารถสร้างแรงดันได้ตั้งแต่ 1 บาร์จนถึง 1,000 บาร์ ทำให้สามารถปรับระดับในการใช้งานได้ตั้งแต่ระดับต่ำที่สุด เหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับการพ่นสี เติมลมยางรถยนต์ยิงตาปูด้วยปืนลม ฉีดน้ำ ฯลฯ นอกจากนี้ยังมีประโยชน์ในด้านอื่น ๆ อีก ได้แก่

  • เปาใส่กรองอากาศ
  • ใช้กับเครื่องตัดพลาสม่า
  • เป่าฝุ่นใน CPU โดยเฉพาะใน Power Supply

ฯลฯ

  1. ปั้มลมแบบสกรู

เป็นปั้มลมที่นิยมใช้ในโรงงานอุตสาหกรรม เนื่องจากมีขนาดใหญ่และสามารถผลิต

แรงลมได้เป็นจำนวนมาก

  1. ปั้มลมแบบไดอะเฟรม

เป็นปั้มลมที่มีขนาดเล็กและไม่สามารถจ่ายลมได้มากเท่ากับปั้มลมแบบลูกสูบและแบบ

สกรูจึงมักนิยมนำมาใช้ในอุตสาหกรรมเฉพาะด้านมากกว่า อย่างเช่น อุตสาหกรรมอาหาร

อุตสาหกรรมยา ซึ่งความพิเศษของปั้มลมแบบนี้คือไม่มีเสียงรบกวนและลมที่ได้มีความสะอาด

  1. ปั้มลมแบบใบพัดเลื่อน

เป็นปั้มลมที่จ่ายแรงลมสม่ำเสมอและคงที่ จึงนิยมนำมาใช้ในโรงงานอุตสาหกรรมต่าง ๆ

โดยสามารถจ่ายแรงลมได้ 4 – 100 ลูกบาศก์เมตรต่อนาที

นอกเหนือจากนี้ยังมีปั้มลมแบบใบพัดหมุนและปั้มลมแบบกังหัน ที่นิยมใช้กับงานเฉพาะด้านเท่านั้น ทำให้รูปแบบของปั้มลมที่นิยมใช้งานมากที่สุดคือปั้มลมแบบลูกสูบและปั้มลมแบบสกรู โดยหลักในการเลือกซื้อปั้มลมให้สามารถใช้งานให้เกิดประโยชน์สูงสุดนั้น ได้แก่

  1. เลือกตัวเครื่องที่มีเสียงไม่ดังมากนัก โดยเฉพาะหากต้องทำงานในบริเวณที่มีบ้านเรือนหลายหลัง การทำความรู้จักกับปั้มลมประเภทต่าง ๆ จะช่วยในเรื่องของการตัดสินใจซื้อได้ดียิ่งขึ้น
  2. เลือกถังที่มีขนาดใหญ่พอสมควร สามารถเก็บลมและให้แรงดันได้อย่างต่อเนื่อง แรงดันไม่ตก
  3. มีความต่อเนื่องของแรงดัน หากจำเป็นต้องใช้ทำงานที่มีความต่อเนื่องสม่ำเสมอก็ต้องเลือกปั้มลมที่สามารถตอบสนองการใช้งานเหล่านี้ได้โดยเฉพาะ
  4. ควรเลือกปั้มลมที่มีระบบตัดไฟอัตโนมัติ
  5. หากจำเป็นต้องใช้งานปั้มลมอย่างหลากหลาย อาจต้องตรวจสอบตัวปรับแรงดัน ซึ่งจะมีให้ในบางรุ่น หากรุ่นที่เราซื้อไม่มี เราต้องใช้จำเป็นต้องซื้อเพิ่ม
  6. พิจารณาหัวต่อ ควรเลือกหัวต่อแบบคอปเปอร์ เพราะจะมีความปลอดภัยมากกว่าหัวต่อแบบเดือย

เหล่านี้คือวิธีการเลือกซื้อปั้มลมให้ได้ปั้มลมที่เหมาะสมกับการใช้งานของเรามากที่สุด

เพราะอย่างที่กล่าวไปแล้วว่า หากเราสามารถเลือกปั้มลมได้เหมาะสมกับการใช้งานมากเท่าไหร่ ยิ่งส่งผลให้เราสามารถใช้งานปั้มลมให้เกิดประโยชน์สูงสุดได้มากเท่านั้น

โดยสรุปแล้วประโยชน์ของปั้มลมนั้นมีมากมายตามรูปแบบของปั้มลมและรูปแบบใน

การใช้งาน ซึ่งผู้ใช้งานจำเป็นต้องเลือกปั้มลมให้มีความเหมาะสมมากที่สุด เพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้งานเอง เนื่องจากปั้มลมแต่ละชนิดให้แรงลมที่ไม่เท่ากัน การเลือกใช้ปั้มลมผิดประเภทอาจส่งผลให้ผู้ใช้งานได้รับอันตรายสูงสุดถึงขั้นเสียชีวิตได้ เพราะฉะนั้นเพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้งาน ก่อนการตัดสินใจซื้ออาจปรึกษากับผู้ขายเกี่ยวกับรูปแบบที่ต้องการใช้งาน เพื่อให้ผู้ขายช่วยแนะนำและเลือกปั้มลมที่เหมาะสมกับการใช้งานของเรามากที่สุด และควรให้ผู้ขายแนะนำวิธีการใช้งานที่ถูกต้อง การดูแลและบำรุงรักษา โดยเฉพาะการนำไปใช้งานกับรูปแบบที่หลากหลายเป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญมากที่สุด เพราะการใช้งานบางประเภทจำเป็นต้องมีอุปกรณ์เสริม ก็ควรปรึกษากับผู้ขายเกี่ยวกับเรื่องเหล่านี้ด้วย เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถใช้งานได้อย่างปลอดภัยและเกิดประโยชน์สูงสุด รวมทั้งคุ้มค่ากับเงินที่เสียไป… …

Just another WordPress site